ใช้ Domain Checker เพื่อเลือกโดเมนที่ต้องการ!

กำลังค้นหาโดเมนที่สมบูรณ์แบบ? คว้าโดเมนเนมที่คุณใฝ่ฝันอย่างง่ายดายด้วย Domain Checker!

3 เคล็ดลับในการค้นหาชื่อโดเมนในอุดมคติด้วย Domain Checker

1

ควรเลือกโดเมนเนมที่ง่ายต่อการจดจำ เป็นคำที่ได้เจอได้ทั่วไป & เป็นคำสั้นๆ หรือพิมง่ายๆ จะดีที่สุด!

2

พยายามทำโดเมนเนมให้สั้น Domain Checker จะช่วยคุณหาโดเมนเนมที่ตรงกับความต้องการของคุณเอง!

3

เลือกคำที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมายของคุณให้มากที่สุด คีย์เวิร์ดที่ปรากฎบนโดเมนเนมเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ

domain

Domain Privacy Protection

ความปลอดภัยของโดเมนเนมต้องมาก่อนเสมอ ผู้ให้บริการจากการรับรองของ ICANN เราจึงให้บริการการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล ที่ช่วยซ่อนข้อมูลทั้งหมดของคุณจากสาธารณะ รักษาความเป็นส่วนตัวของคุณไว้!

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Domain Checker (FAQ):

คำตอบสำหรับคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Domain Checker และคำถามทั่วไปเกี่ยวกับโดเมนเนม

โดเมนเนมก็เหมือนกับที่อยู่จริง ๆ ของคุณ ที่ผู้คนจะค้นพบคุณได้ในโลกอินเทอร์เน็ต หรือ เวิลด์ ไวด์ เว็บ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ช่องกรอกที่อยู่เว็บด้านบนของเบราว์เซอร์ถูกเรียกว่า แอดเดรส บาร์ - มันคือที่ที่คุณป้อนโดเมนเนมเพื่อที่จะพบกับเว็บไซต์ ถ้าโดเมนเนมเหมือนที่อยู่ของคุณ ดังนั้นเซิร์ฟเวอร์ที่เก็บเว็บไซต์ของคุณก็เหมือนกับตึกจริง ๆ ที่เราอยู่ เมื่อคุณสร้างเว็บไซต์ คุณตั้งค่าให้โดเมนเนมชี้มายังเซิร์ฟเวอร์ และหากผู้คนต้องการเข้าเว็บไซต์ของคุณ พวกเขาสามารถป้อนโดเมนเนม แล้วมันจะพาคุณตรงไปยังที่นั่นทันที หากไม่มีโดเมนเนม ผูเข้าชมจะต้องป้อนที่อยู่ IP (เช่น 87.249.281.92) ของเซิร์ฟเวอร์แทน ส่วนใหญ่แล้ว ทุก ๆ เว็บไซต์ที่คุณเยี่ยมชม ต่างก็ใช้โดเมนเนม Google.com คือโดเมนเนม ยกตัวอย่างเช่น Facebook คือชื่อของเว็บไซต์ และ Facebook.com คือโดเมนเนมของเว็บไซต์ โดเมนเนมจะมีมาในทุกรูปร่างและขนาด แต่สิ่งหนึ่งที่โดเมนเนมทุกตัวมีเหมือนกันก็คือ พวกมันถูกสร้างมาจากสองส่วนด้วยกัน คือ - ชื่อ (เช่น 'Hostinger') และ โดเมนเนมระดับบนสุด (เช่น '.com') โดเมนเนมระดับบนสุดมีอยู่จำนวนมาก ส่วนใหญ่แล้วจะถูกสร้างมาจากรหัสประเทศ (เช่น '.co.uk หรือ .de') และเพื่อใช้ระบุประเภทของเว็บไซต์อย่างเฉพาะเจาะจง เช่น .gov สำหรับเว็บไซต์องค์กรรัฐ และ .edu สำหรับสถาบันการศึกษา ยิ่งไปกว่านั้น โดเมนเนมที่ถูกจดทะเบียนมีมากกว่า 330 ล้านโดเมนเนม ทำให้มีองค์กร Internet Corporation for Assigned Names and Numbers หรือที่เรียกกันว่า ICANN มาจัดการสถาปัตยกรรมทั้งหมดของระบบโดเมนเนม ไม่นานมานี้ ICANN ก็พบความต้องการสำหรับโดเมนเนมประเภทใหม่ จึงทำให้มีการประกาศเปิดตัวโดเมนเนมระดับบนสุดจำนวนหนึ่ง ตั้งแต่ .bike และ .clothing ไปจนถึง .guru และ .ventures. ผลก็คือ เป็นเรื่องยากเมื่อเราต้องการเลือกโดเมนเนมเพื่อใช้งานสำหรับธุรกิจ เพราะมีประเภทของโดเมนเนมจำนวนมากให้ต้องตัดสินใจ - และเป็นไปได้ว่า นี่เป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ที่สุดที่คุณจะต้องทำให้กับธุรกิจ และแน่นอนว่าคุณสามารถเปลี่ยนมันได้ในภายหลังหากคุณต้องการ แต่มันก็จะดีกว่าที่เราจะหลีกเลี่ยง

เมื่อคุณจดโดเมนเนมกับผู้ให้บริการที่ได้รับการรับรอง (เหมือน Hostinger) คุณจะได้รับความคุ้มครองสิทธิ์ในการถือครองโดเมนเนม ในช่วงเวลาที่ได้กำหนดไว้ หลังจากจดโดเมนเนมเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการชี้โดเมนเนมไปยังเซิร์ฟเวอร์ที่เก็บเว็บไซต์ของคุณ โปรดจำไว้ว่า อาจจะใช้เวลาถึง 72 ชั่วโมงสำหรับการแพร่กระจายในทุก ๆ การเปลี่ยนแปลงที่คุณทำ หรืออาจจะกล่าวได้อีกอย่างว่า ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตทั่วโลกต้องการเวลาในการอัปเดต DNS ของพวกเขา ข่าวดีสำหรับการเป็นเจ้าของโดเมนเนมก็คือ คุณสามารถเชื่อมต่อโดเมนเนมกับบริการต่าง ๆ ได้อย่างอิสระ เช่น ใช้เป็นที่อยู่อีเมล คุณยังสามารถสร้างโดเมนย่อย (ตัวอย่าง http://subdomain.yourname.com) และสร้างการ Redirect หรือส่งต่อ หรือแม้แต่จดโดเมนเนมหลาย ๆ โดเมน แล้วชี้ไปยังเว็บไซต์เดียวกันก็ยังได้ โดเมนเนมนั้นสามารถทำงานร่วมกันกับบริการอื่น ๆ ได้เป็นอย่างดี จึงหมายความว่า คุณไม่จำเป็นต้องยึดติดกับผู้ให้บริการที่คุณจดโดเมนด้วย ในทางเดียวกันคุณก็ยังสามารถเปลี่ยนผู้ให้บริการโฮสติ้ง หรือย้ายโดเมนเนมออกไปยังผู้ให้บริการอื่นก็ได้

ความจริงแล้ว มีหลายคำตอบ และหลากหลายเหตุผลสำหรับคำถามนี้ และสิ่งที่ชัดเจนที่สุดก็คือ มันเป็นสิ่งที่ดีสำหรับแบรนด์ ไม่มีอะที่จะดูไม่มืออาชีพเท่ากับการฝากเว็บไซต์ไว้ที่ brandname.wordpress.com นี่คือกฎขั้นพื้นฐาน เว็บไซต์ที่ซื้อ และดูแลโดเมนเนม จะถูกมองว่ามีชื่อเสียง มีความน่าเชื่อถือ และมีอยู่จริง แต่โดเมนเนมของคุณเป็นได้มากกว่านั้น ส่วนใหญ่แล้วเหตุผลที่ผู้คนเริ่มต้นสร้างเว็บไซต์ด้วยตัวเองตั้งแต่ต้นก็คือ คุณสามารถควบคุมได้ทุกอย่าง แต่เมื่อคุณใช้งานเว็บไซต์จากโซเชียลเน็ตเวิร์ค หรือบล็อกฟรี หรือแม้แต่ขายของบน Amazon และ eBay คุณได้ขึ้นอยู่กับเว็บไซต์เหล่านั้นแล้ว หากพวกเขาเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการใช้งาน หรือบริการเหล่านั้นปิดตัวลง คุณจะพบกับปัญหาอย่างแน่นอน เมื่อคุณได้จดทะเบียนโดเมนเนมแล้ว คุณไม่จำเป็นต้องพึ่งพาคนอื่น ๆ หรือเว็บไซต์อื่น ๆ อีกต่อไป โดเมนเนมเป็นของคุณ คุณคนเดียวเท่านั้น คุณสามารถควบคุมได้อย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าคุณต้องการทำอะไร คุณสามารถควบคุมอีเมลแอดเดรส กำหนดเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องการให้โดเมนเนมเชื่อมต่อ หรือแม้แต่ขาย หรือโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้ หากคุณต้องการ สถานะของโดเมนเนม ส่งผลโดยตรงกับตำแหน่งในหน้าผลการค้นหาของ Search Engine (SERPs) โดเมนเนมที่เก่ากว่า จะได้รับสิทธิ์ในการอยู่ตำแหน่งที่ดีกว่าโดเมนเนมใหม่ และโมเดลหลักของ Search Engine ทุกตัวคือ Citation Model จึงหมายความว่า พวกเขาจะดูจากความเกี่ยวข้องของลิงค์และคำค้นหา และชี้ไปยังจุดนั้น - ดังนั้นหากคุณไม่มีโดเมนเนมเป็นของตัวเอง อาจจะทำให้เสียโอกาสในหลาย ๆ ด้าน

นี่เป็นคำถามที่เราพบบ่อยมาก เมื่อคุณใช้งาน Domain Checker เพื่อเช็คโดเมนเนมที่ต้องการ คุณไม่จำเป็นต้องเพิ่ม www ไว้ข้างหน้าโดเมนเนมเลย เมื่อถึงเวลาที่คุณจะต้องปรับแต่ง URL ของคุณหลังจากจดโดเมนเนมแล้ว มันเป็นตัวเลือกของแต่ละบุคคล ไม่ว่าคุณจะเลือกแบบไหน หากเว็บไซต์ของคุณเข้าถึงได้ทั้ง http://www.yourname.com และ http://yourname.com คุณควรจะทำให้แน่ใจว่ามันทำงานได้สอดคล้องกัน เพราะระบบจะมองว่าเป็นคนละเว็บไซต์ ในอดีต เว็บไซต์มี www ไว้ข้างหน้าโดเมนเนม เพราะว่าในตอนที่นำ URLs ไปวางไว้บนแพ็กเกจของผลิตภัณฑ์ โปสเตอร์ หรือการตลาดแบบออฟไลน์ ผู้คนจะได้ทราบว่านี่คือที่อยู่ของ 'World Wide Web' แต่ในทุกวันนี้ วันที่อินเทอร์เน็ตถูกใช้งานอยู่ตลอดเวลา มันจึงไม่จำเป็นที่จะต้องมี www อยู่อีกแล้ว และยังมีการโต้แย้งว่า หากนำมันออก จะทำให้ผู้คนจดจำชื่อของเว็บไซต์ หรือโดเมนเนมได้ดีขึ้น

คุณสามารถเลือกระยะเวลาการจดโดเมนเนมได้ โดยขั้นต่ำอยู่ที่ 1 ปี แต่คุณก็สามารถขยายเป็น 3 ปี ได้หากคุณต้องการเป็นเจ้าของโดเมนเนมในระยะยาว นอกเหนือจากนี้ เราจะแจ้งเตือนให้คุณต่ออายุโดเมนเนม คุณจะได้รับการแจ้งเตือนผ่านทางอีเมลเมื่อถึงเวลาในการต่ออายุโดเมนเนม เรายังมีตัวเลือกการต่ออายุอัตโนมัติให้คุณเปิดใช้งานได้ หากบัตรเครดิต หรือช่องทางการชำระเงินของคุณยังถูกต้องและใช้งานได้ โดเมนเนมของคุณจะถูกต่ออายุให้โดยอัตโนมัติ ตามรอบบิลปกติ

หากโดเมนเนมที่คุณต้องการถูกใช้ไปแล้ว ทางเลือกที่ดีที่สุดของคุณในตอนนี้คือ มองหาตัวแปรอื่น ๆ อย่างเช่น บางทีคุณสามารถเพิ่มคำบางคำลงไปในชื่อนั้น หรือคุณสามารถเปลี่ยนคำที่มีอยู่แล้วเป็นคำอื่น หรือบางที คุณสามารถจดโดเมนเนมนั้นด้วยนามสกุลที่แตกต่างออกไป เช่น การใช้ ccTLD แทนการใช้โดเมนเนม .com อีกหนึ่งทางเลือกก็คือ การเพิ่มขีดแบ่งคำ ดังนั้น แทนที่จะเป็น mywebsitename.com คุณสามารถลองเปลี่ยนเป็น my-website-name.com เพียงแค่ต้องระวังให้มาก ๆ - สิ่งสุดท้ายที่คุณต้องการก็คือ การมีโดเมนเนมเหมือนกับคนอื่น ๆ และทำให้ผู้ใช้สับสน ในการค้นหาโดเมนที่ใช่ คุณจะต้องมีศาสตร์และศิลป์อยู่บ้างเล็กน้อย คุณต้องมีความอดทน เพราะจะต้องทดลอง และผิดพลาดอยู่หลายครั้ง แต่ไม่เป็นไร มันเป็นเรื่องปกติ โปรดจำไว้ว่า โดเมนเนมที่ใช่รอคุณอยู่ที่ไหนสักที่ คุณเพียงต้องค้นหามันต่อไป จนกว่าคุณจะพบมัน

Privacy protection บางครั้งถูกเรียกว่า WHOIS Protection เพราะว่ามันจะซ่อนข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าของโดเมนเนม มิเช่นนั้น ข้อมูลเหล่านั้นอาจถูกค้นพบได้ผ่านทางการตรวจสอบข้อมูล WHOIS WHIOS คือองค์กรสากล ที่เก็บและแสดงข้อมูลเกี่ยวกับโดเมนเนม และผู้ให้บริการโดเมน รวมไปถึง วันที่จดโดเมน วันที่โดเมนหมดอายุ ใครเป็นเจ้าของโดเมนเนม และโดเมนเนมชี้ไปยังที่ใด นี่หมายความว่า ทุก ๆ คนสามารถป้อนโดเมนเนมของคุณเพื่อค้นหาในฐานข้อมูล WHOIS แล้วก็จะพบรายละเอียดการติดต่อ การปกป้องข้อมูลส่วนตัว หรือ Privacy Protection เป็นตัวเลือกเสริมที่ทำให้คุณป้องกันข้อมูลส่วนตัวของคุณจากสาธารณะ การปกป้องข้อมูลส่วนตัวไม่ใช่ตัวเลือกสำหรับทุกคน แน่นอนว่าหากคุณต้องการที่จะแสดง ชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล และชื่อของธุรกิจ ด้วยข้อมูลทั่วไปแบบไม่สามารถระบุตัวตนได้ ดังนั้นคุณอาจไม่จำเป็นต้องใช้มัน

ลองมาดูที่ความเหมือนกันก่อน พวกเขาทั้งหมดเป็น gTLD (generic top-level domain names) ที่ทุกคนสามารถจดได้ นั่นหมายความว่า หากไม่มีใครจดโดเมนเนมที่คุณต้องการใช้งาน คุณก็ยังสามารถซื้อมันได้ในทุก ๆ นามสกุลเหล่านี้ ใน gTLD แต่ละตัว มีความหมายแตกต่างกันเล็กน้อย และโดยปกติแล้ว จะถูกเลือกใช้งานให้ตรงกับจุดประสงค์ของเว็บไซต์ให้มากที่สุด .com ใช้สำหรับการค้า เช่น เว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ หรือเว็บไซต์ธุรกิจ ถึงแม้ว่ามันจะเริ่มถูกใช้งานเพื่อความน่าเชื่อถือบนโลกออนไลน์แล้วก็ตาม สำหรับโดเมนเนม .net นั้น เดิมแล้วถูกใช้โดยบริษัทที่เกี่ยวกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (Network Company) อย่างเช่น ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต แต่ขณะนี้เป็นโดเมนเนมอเนกประสงค์ไปแล้ว .org ยังคงถูกใช้อย่างแพร่หลาย แต่เดิมแล้วมันถูกใช้งานเป็น gTLD สำหรับองค์กรการกุศล และสำหรับองค์กรท้องถิ่น .info ในขณะนี้ ถูกใช้งานในเว็บไซต์สำหรับการแสดงข้อมูล (Information) เช่น Wiki หรือเว็บไซต์ให้ความรู้ ด้วย gTLD ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ มันไม่มีกฎแบบตายตัว ไม่มีการกำหนดแบบเฉพาะเจาะจงว่า คุณจะต้องใช้โดเมนเนมประเภทเดียวเท่านั้น และไม่มีการทดสอบใดๆ หากคุณต้องการที่จะจดมัน คิดว่ามันเป็นเพียงแนวทาง มากกว่าที่จะเป็นกฎ และอย่ากลัวที่แหกกฎ หากมันทำให้คุณได้ใช้งานโดเมนเนมที่สมบูรณ์แบบสำหรับคุณ

โดเมนเนมของคุณก็เหมือนกับที่อยู่ของคุณ และเว็บโฮสติ้งของคุณก็เหมือนกับตึก หรือบ้านที่คุณอาศัยอยู่ข้างใน หากคุณต้องการเปิดให้บริการเว็บไซต์ คุณจะต้องมีทั้งโดเมนเนมที่ผู้คนใช้เพื่อมาหาคุณ และเว็บโฮสติ้ง ที่เก็บเว็บไซต์จริงไว้ข้างใน โดเมนเนม และเว็บโฮสติ้ง มีความสัมพันธ์ทางชีวภาพ เหมือนกับ ซอฟต์แวร์ และฮาร์ดแวร์ หรือ หยิน และหยาง แม้ว่าในทางเทคนิคแล้ว มันสามารถมีเพียงอย่างเดียวได้ แต่มันจะทำงานได้ดีที่สุดเมื่อทำงานด้วยกัน จึงเป็นเหตุผลที่ผู้ให้บริการโฮสติ้งในหลาย ๆ ที่ ให้บริการจดโดเมนเนม และผู้ให้บริการโดเมนเนม ก็เสนอบริการโฮสติ้งด้วยเช่นกัน แน่นอน คุณสามารถแยกบริการทั้งสองไว้คนละที่ได้ เช่น จดโดเมนเนมที่บริษัท ก. และใช้งานโฮสติ้งกับบริษัท ข. แต่วิธีนี้จะทำให้คุณใช้เวลามากขึ้น - นี่ยังไม่กล่าวถึงเรื่องราคาที่อาจจะสูงขึ้น - แล้วทำไมต้องเสียเวลาในจุดนั้นด้วย?

Domain Checker จะทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม หากคุณเริ่มด้วยรายการโดเมนเนมที่อาจเป็นไปได้ในหัวของคุณ โปรดอย่างกังวลเกี่ยวกับนามสกุล (เช่น .com) มากเกินไป - เพียงแค่คุณลิสต์รายชื่อที่ต้องการ มันจะทำให้คุณสามารถตรวจสอบบริบทของโดเมนเนมที่แตกต่างออกไป แล้วคุณจะพบกับโดเมนเนมที่สามารถใช้งานได้ ยกตัวอย่างเช่น คุณกำลังมองหา ‘yourexamplesite’ เพื่อนำมาใช้เป็นโดเมนเนม เมื่อเราป้อนคำนี้ลงในกล่องค้นหาของ Domain Checker แล้วคลิก 'มาดูกัน' เราจะได้รับการตอบสนองว่า ‘yourexamplesite.xyz สามารถใช้งานได้’ และด้านล่างของข้อความนี้ จะมีการแสดงให้ทราบว่า yourexamplesite.com ถูกใช้งานไปแล้ว และคุณจะสามารถใช้งานชื่อดังกล่าวได้กับโดเมนเนมนามสกุลอื่น ประกอบไปด้วย yourexamplesite.org และ yourexamplesite.net แต่นี่แหละที่น่าสนใจ เป็นเรื่องง่ายเช่นเดียวกับการที่คุณตรวจสอบโดยการป้อนคำลงไป Domain Checker จะเสนอโดเมนเนมที่เป็นไปได้ เช่นเดียวกับตัวอย่างด้านบน เราได้รายการเป็น 'yes.it' และ 'yoexsi.com' ทั้งสองเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เรามักจะค้นหาข้อเสนอ และแสดงไอเดียใหม่ๆ ให้กับคุณ ถึงแม้ว่าอาจจะไม่พบตัวเลือกที่ตรงกับใจมากนัก แต่ก็จะจบลงด้วยการเลือกในสิ่งที่ต่างออกไป คุณสามารถใช้ Domain Checker เพื่อค้นหาโดเมนเนมได้มากเท่าที่คุณต้องการ ดังนั้น อย่ากลัวที่จะสร้างสรรค์ และอย่าลืมจะค้นหาโดเมนเนมในอุดมคติของคุณ
icon

คุณได้ SSL Certificateฟรี!

มั่นใจในความปลอดภัยของเว็บไซต์ พร้อมอันดับ Google ที่ดีกว่า